รู้ยัง...กูเป็นใคร

กองหน้าระดับซูเปอร์สตาร์ของ แมนฯ ซิตี้ ไม่ประทับใจเลยในการเผชิญหน้ากับดาวรุ่งของ อาร์เซน่อล ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อเดือนกันยายน
การพบกันครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางความโกรธเกรี้ยวในช่วงท้ายเกมที่เสมอกัน 2-2 ซึ่ง ลูอิส-สเคลลี่ ขึ้นพาดหัวใหญ่ด้วยการโดนใบเหลืองขณะวอร์มอัพข้างสนาม โดยตอนนั้นเขายังไม่เคยลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกแม้แต่นาทีเดียว
ตอนนี้ ฮาแลนด์ ไม่จำเป็นต้องถามอีกแล้ว โดย ลูอิส-สเคลลี่ วัย 18 ปี สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมในเกมชนะ 5-1 ซึ่งทำให้ อาร์เซ่นอล ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ และท่าฉลองทำประตูได้ของเขานั้นดูเหมือนว่าจะมุ่งเป้าไปยังกองหน้า แมนฯ ซิตี้ โดยตรง
ชื่อที่ครั้งหนึ่ง ฮาแลนด์ ไม่เคยรู้จักได้ถูกจารึกไว้ในความทรงจำ เพราะหลังจากทำประตูแรกในสีเสื้อ อาร์เซน่อล ได้แล้ว ลูอิส-สเคลลี่ ก็นั่งขัดสมาธิก่อนจะไขว้นิ้วเพื่อแสดงความดีใจแบบที่ ฮาแลนด์ ทำเป็นประจำ
วัยรุ่นรายนี้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งการโชว์ศักยภาพอย่างจริงจัง เพื่อนร่วมทีม ปืนใหญ่ ของเขามารวมตัวกันเพื่อที่จะให้เขาปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่
มันอาจกลายเป็นภาพที่น่าจดจำหาก ลูอิส-สเคลลี่ สามารถทำตามความคาดหวังที่ถาโถมใส่ตัวเขา
การมีส่วนร่วมของเขา การฉลองของเขา มันเกิดขึ้้นในเกมที่เขาเกือบจะพลาดไปแล้วหากใบแดงของเขาในเกมกับ วูล์ฟส์ เมื่อ 8 วันที่แล้ว ไม่ถูกยกเลิกจากผลการอุทธรณ์
"ผมเคยดู ลูอิส-สเคลลี่ ในระยะประชิดมาแล้ว" ธีโอ วัลค็อตต์ อดีตกองหน้า อาร์เซน่อล กล่าวกับ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์
"ทัศนคติของเขาโดดเด่นมาก เขาเล่นได้เกินงวัย"
"เขาไม่กลัว ฮาแลนด์ เลย เขามีความมั่นใจที่ไหลออกมาจากตัวของเขา"
ความสุขของ อาร์เซน่อล นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการดิ้นรนของ แมนฯ ซิตี้ โดย ฮาแลนด์ ถูกแฟนบอลเจ้าถิ่นปฏิบัติราวกับเป็นตัวร้ายตลอดทั้งเกม ซึ่งพวกเขาก็ไม่ลืมข้อความ 'เจียมตัวหน่อย' ที่กองหน้านอร์เวย์ส่งไปถึง มิเกล อาร์เตต้า ในเหตุการณ์ชุลมุนหลังเกมเมื่อเดือนกันยายน
กาเบรียล มากัลเญส ฉลองต่อหน้า ฮาแลนด์ เมื่อ มาร์ติน โอเดการ์ด ทำประตูให้ เดอะ กันเนอร์ส ขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่ป้ายบนอัฒจันทร์ยังเตือนเขาถึงการโต้เถียงด้วยวาจาของเขากับ อาร์เตต้า อีกด้วย
ความเกรี้ยวกราดทั้งหมดที่นี่สามารถสืบย้อนไปถึงการพบกันตอนเดือนกันยายน เมื่อ อาร์เซน่อล เกือบจะคว้าชัยด้วยผู้เล่น 10 คนได้หลัง เลอันโดร ทรอสซาร์ ถูกใบแดงตั้งแต่ครึ่งแรก ปืนใหญ่ ต้องยอมรับผลเสมอในวันนั้นเมื่อ จอห์น สโตนส์ ทำประตูให้ แมนฯ ซิตี้ ขณะที่เหลือเวลาไม่กี่วินาที
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กวาร์ดิโอล่า ได้เพิ่มความขัดแย้งกับ อาร์เซน่อล เมื่อเขากล่าวว่า "คุณต้องการสงครามเหรอ? ตอนนี้เรากำลังทำสงครามกันอยู่"
แน่นอนว่ามันหมายถึงบริบทของกีฬาเท่านั้น แต่การพบกันครั้งนี้จบลงด้วยการต่อสู้ที่มากกว่าเกมกีฬา และเป็นการต่อสู้ที่น่าอับอายสำหรับแชมป์เก่าอย่าง ซิตี้ ซึ่งล่มสลายอย่างน่าตกใจ
ซิตี้ เสีย 4 ประตูในครึ่งหลังของเกมแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อเดือนก่อนที่ออกไปแพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง 2-4 เรื่องราวคล้ายกันเกิดขึ้นอีกครั้งกับที่นี่
ดูเหมือนว่า อาร์เซน่อล จะยังฉลองไม่เต็มที่ในตอนที่ ลูอิส-สเคลลี่ ประกาศตัวว่าเขาคือคนที่จับตามอง โดยยังมีอีกหนึ่งดาวรุ่งอย่าง อีธาน วาเนรี่ ที่ซัดประตูสุดสวยในวินาทีสุดท้ายของเกม
อาร์เซน่อล อาจเสียนักเตะคนหนึ่งที่พวกเขามองว่าเป็นดาวรุ่งแห่งอนาคตอย่าง ไอเดน เฮฟเว่น วัย 18 ปี ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ชัยชนะที่เอติฮัด ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังมีอัญมณีดาวรุ่งอีกสองราย
ลูอิส-สเคลลี่ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและบุคลิกของเขาในการสนทนาอย่างดุเดือดที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ตั้งแต่นั้นมาเขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีดีแค่คำพูด
เขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองและจัดการพบความกังวลของ อาร์เซน่อล ด้วยการทำประตูอันทรงพลังในนาทีที่ 62 แม้ว่า สเตฟาน ออร์เตก้า ผู้รักษาประตูของ แมนฯ ซิตี้ ในวันนั้นควรที่จะเซฟได้ดีกว่านั้น
เขารู้สึกยินดีกับการปรบมือที่สมควรได้รับเมื่อถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 88
ลูอิส-สเคลลี่ เข้ามาแก้ไขปัญหาในตำแหน่งแบ็กซ้ายของ อาร์เซน่อล โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนใหม่ของทีมชาติอังกฤษ ซึ่งไม่มีทางเลือกมากนักในพื้นที่นั้นก็จะจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล กล่าวว่า "คุณต้องโชว์ฟอร์มส่วนตัวอย่างโดดเด่นในการพบทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเอาชนะพวกเขาในแบบที่เราทำ และ ไมล์ส ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยความเป็นผู้ใหญ่ที่เขาแสดงให้เห็นและความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้เขายังทำประตูได้อีกด้วย"
"อีธาน ลงมาและเล่นด้วยบุคลิกแบบนั้น และทำประตูที่สวยงาม เขาผลักดันเรามาตั้งแต่ที่เขาอยู่กับเรา เราชอบบุคลิกของเขามาก เขามีความกล้าหาญมาก"
"เขาเตรียมตัวดีมาก ฉลาดมาก และมีศักยภาพที่เข้ากับแนวทางการเล่นที่เราต้องการ เขาสมควรได้รับความเคารพจากเพื่อนร่วมทีม เขาได้ลงเล่นบ้าง และต้องการมันมากกว่านี้ แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่สูง แต่เขาก็สมควรได้ลงเล่น"
การมีส่วนร่วมของ ลูอิส-สเคลลี่ มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ต้องชนะสำหรับ อาร์เซน่อล อย่างแท้จริง แม้กระทั่งในช่วงเวลานี้ของฤดูกาล การพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากคิดอย่างแน่นอน เพราะมันจะทำให้ ปืนใหญ่ ตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกถึง 9 แต้ม ขณะที่ลงเล่นมากกว่า 1 นัด
อาร์เซน่อล ยังรู้สึกว่าช่องว่าง 6 คะแนนยังคงเป็นสิ่งที่พวกเขาสามารถไล่ตามทัน โดยชัยชนะเหนือ แมนฯ ซิตี้ ในครั้งนี้จะทำให้ความรู้สึกนั้นแข็งแกร่งขึ้น
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมไม่แพ้ใครในลีก 14 เกมติดต่อกันแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหาก ลิเวอร์พูล เกิดเครื่องสะดุดขึ้นมาเมื่อไหร่ พวกเขาก็พร้อมที่จะก้าวมาแทนที่
ในขณะที่ ลูอิส-สเคลลี่ ก้าวขึ้นสู่ชัยชนะพร้อมกับเครดิตที่ได้รับจากชัยชนะครั้งนี้ แฟนๆ อาร์เซน่อล ต่างก็ยกย่องว่าเขาคือ "หนึ่งในคนของเรา"
อาร์เซน่อล อาจมีซูเปอร์สตาร์อายุน้อยซึ่งช่วยให้พวกเขายังคงมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
การเอาคืน ฮาแลนด์ และ แมนฯ ซิตี้ ยังคงเกิดขึ้นหลังจากเสียงนกหวีดจบเกม โดยที่เพลง HUMBLE ของ เคนดริก ลามาร์ ดังผ่านระบบกระจายเสียงสาธารณะในสนาม
ตอนนี้ น่าจะลองไปถาม ฮาแลนด์ ดูว่าเขารู้แล้วรึยังว่าไอ้เด็กหนุ่มเบอร์ 49 ของ อาร์เซน่อล มันคือใคร
คอลัมน์กีฬาบทความกีฬาต่างๆโดยนักวิเคราะห์ GURUชั้นนำของไทย มีให้ท่านได้เสพทุกวันที่เว็บไซต์ TH SPORT