แรงกระเพื่อมจากดราม่าดาร์บี้

กองหลัง เอฟเวอร์ตัน ยิงประตูตีเสมอสุดดราม่าในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้นัดสุดท้ายที่กูดิสัน พาร์ค ทำให้ หงส์แดง ได้เพียงผลเสมอ
แฟนบอล ทอฟฟี่ ต่างฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง แต่แฟน อาร์เซน่อล ก็ร่วมดีใจด้วยเช่นกัน ผลการแข่งขันทำให้ยังมีความหวังอยู่บ้างว่าทีมของพวกเขาจะไล่ตาม ลิเวอร์พูล ทัน
ตอนนี้ทุกทีมลงเล่นไป 24 เกมเท่ากันแล้ว อาร์เซน่อล ตามหลังอยู่ 7 แต้ม โดยเหลือโปรแกรมอีก 14 นัด
ลิเวอร์พูล อยู่ในตำแหน่งทราเหมาะสม แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย และกัปตันทีมอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็บอกกับ บีบีซี ว่า "สิ่งสำคัญสำหรับเราคือต้องโฟกัสที่ตัวเองอย่างเต็มที่ อย่าไปสนใจว่าคนอื่นกำลังทำอะไรหรือเขียนอะไรอยู่ ให้โฟกัสที่ตัวเองเท่านั้น"
"ทุกเกมจะยากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะจบฤดูกาล จากนั้นเราจะได้เห็นกันเมื่อถึงสุดเส้นทางว่ามันเพียงพอหรือไม่"
"แต่เราได้วางตัวเองไว้ในตำแหน่งที่ดีแล้ว และเราต้องสู้ต่อไป"
แน่นอนว่า ลิเวอร์พูล ยังเหลืออีก 42 แต้มให้เล่น
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์บอกเราว่าโอกาสจะไล่ทันนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก
เมื่อทีมที่ตามหลังจ่าฝูงของลีกขณะที่ลงเล่นไปแล้ว 24 เกม ทีมที่ไล่หลังระยะห่างที่สุดแล้วกลับมาแซงคว้าแชมป์ในยุคพรีเมียร์ลีกคือ 5 แต้ม
มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น โดยเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2003 และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ 6 ปีก่อน
ช่องว่างคะแนนที่ใหญ่ที่สุดที่พลิกกลับมาแซงหลังจากจ่าฝูงลงเล่นไป 24 เกม คือ 9 แต้ม
มันก็มีเพียง 2 ครั้งเช่นกัน โดยมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1996 และ อาร์เซ่นอล ในปี 1998 แต่พวกเขาเหล่านั้นมีเกมในมือที่เตะน้อยกว่า 1 และ 2 นัดตามลำดับ
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ อ็อปต้า ให้โอกาส ลิเวอร์พูล จะคว้าแชมป์ลีก 88.3% เมื่อเทียบกับ อาร์เซน่อล ที่มีโอกาสแค่ 11.6%
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งรั้งอันดับสามของตาราง ตามหลัง หงส์แดง 10 แต้ม และไม่เคยมีทีมไหนที่ไล่จี้ช่องว่างนั้นจนกลับมาจบอันดับหนึ่งได้สำเร็จในช่วงเวลานี้ของฤดูกาล โดยพวกเขามีโอกาสแค่ 0.1% เท่านั้น
เชลซี ทีมอันดับสี่ ในขณะที่แชมป์เก่าอย่าง แมนฯ ซิตี้ ตามหลัง ลิเวอร์พูล 16 คะแนน โดยทั้งสองทีมถูกให้โอกาส 0% ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ อ็อปต้า
โปรแกรมที่เหลือของ ลิเวอร์พูล เป็นอย่างไร?
ฟอร์มล่าสุดของ ลิเวอร์พูล คือ : เสมอ ชนะ ชนะ ชนะ เสมอ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ลิเวอร์พูล ดูวุ่นวายมาก เพราะ หงส์แดง มีเกมลีกเกือบทุก 3 วันไปจนถึงสิ้นเดือน
แต่เดือนมีนาคม สถานการณ์จะคลี่คลายลง เมื่อ ลิเวอร์พูล มีเกมลีกเพียงนัดเดียว คือเกมเหย้ากับ เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมบ๊วยของตาราง
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นเดือนที่เงียบเหงา เพราะ ลิเวอร์พูล มีเกมอื่นๆ อย่างนัดชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ กับ นิวคาสเซิ่ล ในวันที่ 16 มีนาคม
ในวันที่ 4 หรือ 5 มีนาคม ลิเวอร์พูล จะลงเล่นเกมนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยพวกเขาจะเยือนหนึ่งในบรรดาทีมอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง, เบนฟิก้า, โมนาโก หรือ แบรสต์ ส่วนนัดที่สองจะกลับไปเล่นที่แอนฟิลด์ในอีกสัปดาห์ต่อมา
ลิเวอร์พูล จะจบฤดูกาลด้วยเกมเหย้าพบ คริสตัล พาเลซ ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะคว้าแชมป์มาได้แล้ว
นี่คือ 14 เกมสุดทายของ ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก
16 กุมภาพันธ์ : วูล์ฟส์ (เหย้า)
19 กุมภาพันธ์ : แอสตัน วิลล่า (เยือน)
23 กุมภาพันธ์ : แมนฯ ซิตี้ (เยือน)
26 กุมภาพันธ์ : นิวคาสเซิ่ล (เหย้า)
8 มีนาคม : เซาธ์แฮมป์ตัน (เหย้า)
2 เมษายน : เอฟเวอร์ตัน (เหย้า)
5 เมษายน : ฟูแล่ม (เยือน)
12 เมษายน : เวสต์แฮม (เหย้า)
19 เมษายน : เลสเตอร์ (เหย้า)
26 เมษายน : สเปอร์ส (เหย้า)
3 พฤษภาคม : เชลซี (เหย้า)
10 พฤษภาคม : อาร์เซน่อล (เหย้า)
18 พฤษภาคม : ไบรท์ตัน (เยือน)
25 พฤษภาคม : คริสตัล พาเลซ (เหย้า)
โปรแกรมที่เหลือของ อาร์เซน่อล เป็นอย่างไร?
ฟอร์มล่าสุดของ อาร์เซน่อล คือ : เสมอ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ
ปัจจุบัน อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครในลีกมา 14 นัดแล้ว (ชนะ 9 เสมอ 5) ถือเป็นสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดในยุคของ มิเกล อาร์เตต้า
พวกเขาจะเล่นน้อยกว่า ลิเวอร์พูล 1 นัด ในช่วงที่เหลือของเดือนนี้ แต่จะเล่นมากกว่า หงส์แดง 1 นัดในเดือนมีนาคม
แฟนบอล เดอะ กันเนอร์ส หวังว่าทีมของพวกเขาจะยังคงลุ้นแชมป์เมื่อพวกเขาไปเยือนแอนฟิลด์วันที่ 10 พฤษภาคม เพราะการได้ผลการแข่งขันในเกมนั้นจะทำให้พวกเขาได้กลับมาเล่นในบ้านพบ นิวคาสเซิ่ล จากนั้นก็จะออกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน ในวันสุดท้าย ซึ่งตอนนี้ นักบุญ ก็น่าจะตกชั้นไปแล้ว
นี่คือ 14 เกมสุดทายของ อาร์เซน่อล ในพรีเมียร์ลีก
15 กุมภาพันธ์ : เลสเตอร์ (เยือน)
22 กุมภาพันธ์ : เวสต์แฮม (เหย้า)
26 กุมภาพันธ์ : ฟอเรสต์ (เยือน)
9 มีนาคม : แมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน)
16 มีนาคม : เชลซี (เหย้า)
1 เมษายน : ฟูแล่ม (เหย้า)
5 เมษายน : เอฟเวอร์ตัน (เยือน)
12 เมษายน : เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า)
19 เมษายน : อิปสวิช (เยือน)
26 เมษายน : คริสตัล พาเลซ (เหย้า)
3 พฤษภาคม : บอร์นมัธ (เหย้า)
10 พฤษภาคม : ลิเวอร์พูล (เยือน)
18 พฤษภาคม : นิวคาสเซิ่ล (เหย้า)
25 พฤษภาคม : เซาธ์แฮมป์ตัน (เยือน)
ระดับความยากของทีมลุ้นแชมป์
เกมของ ลิเวอร์พูล ครึ่งหนึ่งเป็นการเจอกับทีมครึ่งบนของตาราง โดยมีเกมเยือน แอสตัน วิลล่า และ แมนฯ ซิตี้ ในช่วง 3 นัดข้างหน้า
พวกเขายังต้องเจอกับ อาร์เซน่อล คู่ปรับลุ้นแชมป์ในช่วงท้ายฤดูกาล แต่ได้เปรียบตรงที่เป็นเกมในบ้าน
ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล จะต้องเจอกับทีม 6 อันดับแรกของตารางจาก 14 เกมสุดท้าย
ตามทฤษฎีแล้ว อาร์เซน่อล ดูจะมีสถานการณ์ที่ง่ายกว่านิดหน่อย แต่สัปดาห์นี้พวกเขาต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ อาจต้องพักยาวตลอดฤดูกาลที่เหลือ
ดาวเตะวัย 25 ปี ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อในแคมป์ฝึกซ้อมที่ดูไบ และกำลังอยู่ระหว่างการประเมินอาการ
ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นไป 34 นัดในทุกรายการในซีซั่นนี้ และเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรด้วยจำนวน 15 ประตู และ 5 แอสซิสต์
ปืนใหญ่ ต้องขาดกองหน้าอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ บูคาโย่ ซาก้า ที่บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และหัวหอกอย่าง กาเบรียล เชซุส ที่ต้องพักทั้งฤดูกาลไปก่อนแล้วจากปัญหาที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่า
นอกจากนี้ พวกเขาก็ไม่ได้มีการเซ็นสัญญากองหน้าคนไหนเข้ามาในตลาดเดือนมกราคมด้วย
คอลัมน์กีฬาบทความกีฬาต่างๆโดยนักวิเคราะห์ GURUชั้นนำของไทย มีให้ท่านได้เสพทุกวันที่เว็บไซต์ TH SPORT