:::     :::

ตลกร้าย!

วันพุธที่ 02 เมษายน 2568 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
264
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-1 และต้องการอย่างน้อยหนึ่งประตูเพื่อหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้นัดที่ 13 ของฤดูกาล รูเบน อาโมริม จึงมองไปยังม้านั่งสำรอง

เขาถอด โจชัว เซิร์กเซ่ ที่ยิงในลีกไปเพียง 3 ประตูตั้งแต่ย้ายมายังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 36.5 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ทำให้เหลือแค่ ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าที่ทำในลีกไป 13 ประตูตั้งแต่ แมนฯ ยูไนเต็ด จ่ายเงิน 72 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขามาเมื่อปี 2023 ซึ่งถูกส่งลงมาเล่นในครึ่งหลังอยู่ในสนาม

เนื่องจากตัวเลือกแนวรุกที่น้อยนิด อาโมริม จึงใช้แนวทางที่คุ้นเคยจากโค้ชทุกระดับ นั่นคือการส่งผู้เล่นตัวสูงใหญ่ลงไป

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ถูกใช้งานในฐานะกองหน้าชั่วคราว โดยความพยายามอันยอดเยี่ยมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 7 ทำให้เขายิงบอลผ่านมือ มัตซ์ เซลส์ ไปแล้ว แต่ดันไปติด มูรีลโล่ กองหลังที่ไปยืนคุมเส้นเตะทิ้งได้อย่างฉิวเฉียด

มันโคตรตลกร้าย เพราะจาก 9 นาทีที่เขาอยู่ในสนาม แม็กไกวร์ ทะลึ่งมีสถิติยิงตรงกรอบ (1) มากกว่าทั้ง เซิร์กเซ่ ที่อยู่ 78 นาที (0) และ ฮอยลุนด์ (0) ที่ลงมาตั้งแต่ต้นครึ่งหลังเสียอีก

มันแทบจะกลายเป็นความสิ้นหวังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เซนเตอร์แบ็กวัย 32 ปี กลายเป็นอาวุธที่อันตรายมากที่สุดในกรอบเขตโทษของฝ่ายตรงข้าม

"เราพยายามอย่างเต็มที่ด้วยโอกาสที่ดี แต่ในพื้นที่สุดท้าย การผ่านบอลสุดท้าย หรือแอสซิสต์สุดท้ายนั้นไม่มีเลย ถ้าเราทำไม่ได้ เราก็ไม่สามารถส่งบอลเข้าประตูได้" อาโมริม กล่าว

"ฤดูกาลเป็นแบบนั้น เรามีโอกาสยิงตรงกรอบมากมาย เรากดดันคู่แข่งให้ไปอยู่ในพื้นที่สุดท้าย แต่ในพื้นที่สุดท้ายเรากลับขาดคุณภาพ"

"เราทราบถึงคาแร็กเตอร์ของทีม (ฟอเรสต์) และประตูเดียวก็สามารถทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ชื่นชอบได้ เราต้องทำสองประตูเพื่อเอาชนะ ซึ่งนั่นน่าหงุดหงิดเพราะมันดันเป็นตั้งแต่ต้นเกม เราช่วยให้พวกเขาได้สามแต้ม"

การทำประตูคือปัญหาของ ยูไนเต็ด อย่างชัดเจน เพราะพวกเขาทำไปเพียง 37 ลูก จาก 30 เกมในลีกฤดูกาลนี้ และกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะทำลายสถิติทำประตูต่ำที่สุดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งพวกเขาทำไปเพียง 49 ประตู ในฤดูกาล 2015-16

แต่เรื่องของประตูนั้นไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวที่แสดงถึงความยากลำบากของ แมนฯ ยูไนเต็ด คำถามถึงทีมของ อาโมริม กำลังเตรียมที่จะพบกับซีซั่นห่วยแตกที่สุดของพรีเมียร์ลีกใช่หรือไม่?


แต้มรวม

แมนฯ ยูไนเต็ด มี 37 แต้ม จาก 30 เกม ซึ่งหมายความว่าพวกเขาเก็บคะแนนได้เพียง 1.23 แต้มต่อเกมในฤดูกาลนี้

แต้มรวมแย่ที่สุดของ ผีแดง ในยุคพรีเมียร์ลีก คือ 58 คะแนน (เฉลี่ย (1.57 แต้มต่อเกม) ในฤดูกาล 2021-22 ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และ ราล์ฟ รังนิก

แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องนชะ 7 จาก 8 เกมที่เหลือเพื่อที่จะทำได้เท่ากับตัวเลขนั้น ขณะที่ชัยชนะ 7 นัดหลังสุดของพวกเขาเกิดขึ้นจากการเล่นถึง 21 เกม


อันดับในตาราง

แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 13 ในตาราง ซึ่งถือเป็นผลงานแย่ที่สุดของพวกเขาในพรีเมียร์ลีก

การจบอันดับ 8 เมื่อฤดูกาลที่แล้วภายใต้การคุมทีมของ เอริก เทน ฮาก ถือเป็นอันดับแย่ที่สุดของพวกเขาจนถึงตอนนี้ และปัจจุบัน ผีแดง อยู่ห่างจาก ฟูแล่ม ทีมอันดับ 8 ถึง 8 คะแนน


เสียประตู

เกมรุกไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องกระเสือกกระสนในสนาม

ทีมของ อาโมริม เสียประตูอย่างน่าตกใจ โดยถูกยิงไปแล้วถึง 41 ลูก จาก 30 เกม

เนื่องจาก ผีแดง เสียประตูมากถึง 58 ลูกในฤดูกาลที่แล้ว จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ทีมในฤดูกาล 2024-25 จะถูกยิงผ่านตัวเลขดังกล่าว


จำนวนชัยชนะ

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำสถิติใหม่ที่ไม่อยากพบเจอด้วยการคว้าชัยในพรีเมียร์ลีก ฤดุกาล 2021-22 ได้เพียง 16 นัด ภายใต้การคุมทัพของ โซลชา และ รังนิก

ด้วยชัยชนะเพียง 10 นัดในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องชนะ 6 จาก 8 นัดสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงสถิติใหม่อันย่ำแย่อีก


จำนวนความพ่ายแพ้

เทน ฮาก ทำสิ่งที่น่าปวดหัวสำหรับแฟนๆ ในฤดูกาล 2023-24 โดยทีมของเขาแพ้ถึง 14 เกมในพรีเมียร์ลีก เป็นสถิติใหม่ของสโมสร

ซีซั่นนี้ ยูไนเต็ด แพ้ไปแล้ว 13 นัด และเหลือการเล่นอีก 8 เกม อาโมริม จำต้องปรับปรุงฟอร์มการเล่นให้ดีขึ้นแบบทันตาเพื่อหลีกเลี่ยงการจบฤดูกาลด้วยสถิติที่ย่ำแย่กว่านี้


คอลัมน์กีฬาบทความกีฬาต่างๆโดยนักวิเคราะห์ GURUชั้นนำของไทย มีให้ท่านได้เสพทุกวันที่เว็บไซต์ TH SPORT

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด