เดินหน้าต่ออย่างมั่นใจ
ที่สำคัญคือจำนวนประตูที่ยิงได้ถึง 14 ลูกด้วยกัน ไม่มีเกมไหนที่ยิงต่ำกว่า 2 ลูกอีกด้วย
หรือหากจะนับเฉพาะในลีก นอกจากเกมเปิดฤดูกาลแล้ว ไม่มีเกมไหนที่ทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย
เรียกได้ว่าสภาพจากเกมแรกไม่ได้ทำให้ทีมเสียความมั่นใจ ตรงกันข้ามมันกลับเป็นพลังผลักดันให้ทีมมีความกระหายมากขึ้นไปอีก
สามคะแนนจากเกมล่าสุดเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 4-1 แสดงให้เห็นถึงแนวทางการเล่นที่ชัดเจนมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล แท็คติคของ แลมพาร์ด ที่นักเตะค่อยปรับตัวจนสุดท้ายผลิดอกออกผลอย่างยอดเยี่ยม
สี่ประตูในเกมนี้บ่งบอกให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมอย่างแจ่มชัด สองประตูแรกมาจากการตัดเกมและเล่นเกมรุกเร็ว สองประตูหลังมาจากการตั้งเกมขึ้นมาจนได้ประตู
กรุณาอย่าบอกว่าคู่แข่งค่อนข้างอ่อนชั้น เพราะมันดูจะไม่ให้เกียรติแก่ผู้ชนะสักเท่าไร
ขุมกำลังหนุ่มของ เชลซี ฉายแววออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังได้ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่มีประสิทธิภาพในการทะลุทะลวงมาอีกคน ยิ่งทำให้เกมของทีมมีความดุดันมากขึ้นอีก
โดยเฉพาะจังหวะจ่ายบอลให้ แทมมี่ อบราฮัม ยิงประตูแรกของเกม แสดงให้เห็นเลยว่าเขามีทีเด็ดรอบตัว ทั้งเลี้ยงบอลใส่คู่แข่ง, ทั้งจ่ายบอลให้เพื่อนไม่ว่าจะสั้นหรือยาว หากพังประตูได้อีกจะยิ่งครบเครื่องไปใหญ่
อย่าลืมว่า โอดอย เพิ่งหายกลับมาจากอาการบาดเจ็บหนัก สภาพร่างกายก็ไม่ได้ถือว่าเต็มร้อยนัก ถ้ากลับมาเต็มที่เมื่อไรรับรองคู่แข่งได้เจองานหนักยิ่งกว่านี้
เมื่อรวมกับเพื่อนอย่าง เมสัน เมาท์ เข้าไปอีกคน ทำให้เกมรุกของทัพสิงโตน้ำเงินมีความห้าวผสมกับประสิทธิภาพที่น่ากลัวทีเดียว
แต่นอกเหนือจากบรรดาขุนพล "ยัง บลัด" ของทีมที่ห้าวหาญ ยังมีนักเตะที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระอยู่เงียบๆเหมือนกัน
จอร์จินโญ่ และ วิลเลี่ยน คือสองคนที่ควรได้รับการยกย่องเช่นกัน
แน่นอนว่าแม้ในยามที่ทีมมีผลงานย่ำแย่ ถ้ามีสองคนนี้อยู่ในสนามก็มักจะโดนวิจารณ์เป็นสองคนแรกเช่นเดียวกัน
สำหรับ วิลเลี่ยน ด้วยอายุที่มากขึ้น และผลงานไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดเหมือนเมื่อปี 2015/16 อีกแล้ว แต่ทีละเล็กทีละน้อยในซีซั่นนี้หลังจากที่กรำศึกมาตลอด ดาวเตะทีมชาติบราซิลค่อยฟื้นฟูสภาพร่างกาย, ฟอร์มการเล่นแบบเดิมๆจนกลับมาทำผลงานได้ดีในช่วงหลัง
แม้ว่าจะไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนเดิมก็ตามที แต่ได้เห็น วิลเลี่ยน วิ่งขึ้นวิ่งลงช่วยเพื่อนร่วมทีมแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแฟนๆก็ยิ้มออกแล้ว
ส่วน จอร์จินโญ่ จากที่โดนค่อนขอดว่าเป็น "เด็ก" ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ได้ลงเล่นมาตลอด แต่เขาก็ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองจนในที่สุดก็เอาชนะใจแฟนๆ เปลี่ยนจากเสียงโห่เป็นเสียงเฮได้
เล่นฉลาด, จ่ายบอลเยี่ยม, ครองบอลเหนียว, มีความขยัน, แย่งบอลได้ เรียกได้ว่าครบเครื่องในแบบฉบับที่กองกลางควรจะมี ไม่แปลกใจที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พยายามอย่างหนักเพื่อจะดึงตัวไปร่วมทีมก่อนที่จะเสร็จ เชลซี
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนคือฟันเฟืองของความสำเร็จของทีมในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เกมที่เซนต์ แมร์รี่เพียงอย่างเดียว และก็เดินหน้าอย่างนั้นต่อไป
องค์ประกอบหลายๆอย่างที่รวมกันอยู่ในตอนนี้ ทำให้ทีมเล่นด้วยความมั่นใจและคว้าชัยชนะเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันแล้ว
แนวรับอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่แฟนยังมีความกังวลอยู่บ้าง เพราะทีมก็ยังมีช่องว่างและเสียประตูมาตลอด แต่ตราบใดที่ทีมยิงได้มากกว่า เชื่อได้เลยว่า "สิงห์บลูส์" ไม่ซีเรียส
น่าเสียดายมีโปรแกรมทีมชาติมาคั่นทำให้ขาดตอน ไม่งั้นแฟนสิงห์คงมีโอกาสได้เฮกันยาวๆ
ขออย่าให้มีนักเตะคนไหนบาดเจ็บกลับมาเลยละกัน
คอลัมน์กีฬาบทความกีฬาต่างๆโดยนักวิเคราะห์ GURUชั้นนำของไทย มีให้ท่านได้เสพทุกวันที่เว็บไซต์ TH SPORT