คอลเล็กชั่นแชมป์ของกัปตัน เซซาร์
ถือเป็นการฉลองการค้าแข้งกับทีมครบ 1 ทศวรรษอย่างยิ่งใหญ่ของกัปตันทีม "สิงห์บลูส์" ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2012
แข้งตัวเล็กแต่ใจใหญ่ถือเป็นคนที่ได้รับความเคารพอย่างสูงภายในสโมสร ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำทีมอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2019 หลังจากที่ แกรี่ เคฮิลล์ อำลาทีมไป
เรียกได้ว่าค่าตัว 7 ล้านปอนด์ที่ทีมจ่ายให้กับ โอลิมปิก มาร์กเซย ไปถูกยิ่งกว่าได้ฟรี และนับตั้งแต่ปีแรกจนถึงฤดูกาลที่แล้ว ไม่มีปีไหนที่เจ้าตัวจะลงเล่นน้อยกว่า 40 เกมทุกรายการเลย เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นกำลังสำคัญแล้ว อัซปิลิกวยต้า ยังรักษาสภาพร่างกายได้อย่างสุดยอด
กับซีซั่นนี้ก็ลงเล่นไปแล้ว 30 เกม และหากไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงเป็นอีกปีที่ลงสนามทะลุหลักสี่ไปได้อีกครั้ง
แม้ว่าคงจะไม่มีทางทำลายสถิติลงสนามของ รอน แฮร์ริส ที่รับใช้ เชลซี ถึง 795 เกม (ปัจจุบัน อัซปิลิกวยต้า ลงเล่นไปแล้ว 494 เกม รั้งอันดับ 7 ของนักเตะลงเล่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร) หนทอทะลวงตาข่ายมากมายเพรราะเป็นกองหลัง แต่หากจะบอกว่าเขาคือนักเตะที่ประสบความสำเร็จที่สุดคงไม่เกินไป
และไม่ว่าจะถูกมอบหมายให้รับบทบาทไหนในเกมรับก็พร้อมลงเล่นทั้งหมดทั้งแบ็กขวา, แบ็กซ้าย, เซนเตอร์, วิงแบ็กขวา หรือ วิงแบ็กซ้ายก็ตาม
วันนี้จะย้อนกลับไปทบทวนถึงถ้วยแชมป์ทุกรายการที่ทำได้นับตั้งแต่ใบแรกจนกระทั่งครบสมบูรณ์ในที่สุด
2013 - ยูโรปา ลีก
ปีแรกในสีเสื้อของ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของสองกุนซืออย่าง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ (โดนปลดในเดือนพฤศจิกายน) และ ราฟาเอล เบนีเตซ
หลังทีมตกรอบจากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกหล่นมาเล่นในยูโรปา ลีก, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ก็เป็นขาประจำในบอลถ้วยเล็กของยุโรปไปเลย
แข้งชาวสเปนลงเล่น 8 จาก 9 เกมตั้งแต่รอบ 32 ทีมจนถึงเกมชิงชนะเลิศ โดยพลาดเกม 16 ทีมสุดท้ายเลกแรกที่ทีมบุกแพ้ สเตอัว บูคาเรสต์ 0-1 โดยนั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรอง
ความสำเร็จในทีมใหม่อย่าง "สิงห์บลูส์" ก็มากันตั้งแต่ปีแรกเลย
2015 - ลีก คัพ และ พรีเมียร์ลีก
เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ถูกขยับมายืนทางซ้ายบ่อยครั้งในซีซั่นนี้ภายใต้การคุมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งทางแข้งชาวสเปนก็ไม่ได้ทำให้เจ้านายผิดหวังโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจทั้งที่ทีมดึง ฟิลิเป้ หลุยส์ มาจาก แอตเลติโก มาดริด ก็ตาม
ในพรีเมียร์ลีก, อัซปิ ลงเล่น 29 จาก 38 เกม ช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีของสโมสรเลยหลังจากที่หนล่าสุดที่ทำได้คือปี 2009/10
ขณะเดียวกันทีมก็มีโทรฟี่ลีก คัพก่อนหน้าตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยเจ้าตัวถึงขั้นเอาเลือดเข้าแลกที่ต้องเอาผ้าพันหัวหลังจากที่ปะทะกับ เอริค ดายเออร์ ในครึ่งหลัง และเป็นแชมป์รายการนี้หนล่าสุดที่ทีมทำได้จนถึงปัจจุบันด้วย
2017 – พรีเมียร์ลีก
จากเด็กใหม่จนถึงตอนนี้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญ และเป็นหนึ่งในแข้งขาใหญ่ประจำทีมไปแล้ว
ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ (อีกครั้ง) อย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรูปแบบการเล่นของทีมจากระบบแบ็กโฟร์มาเป็น 3 เซนเตอร์ ซึ่งทาง อัซปิลิกวยต้า ถูกขัยบเข้ามายืนเป็น 1 ใน 3 ของนักเตะด้านใน
และในฤดูกาลนี้ อัซปิลิกวยต้า ลงเล่นครบทั้ง 38 เกม ที่เจ๋งกว่านั้นคือเขาลงเล่นครบทุกนาทีอีกด้วย ถือเป็นแข้งคนที่ 4 ต่อจาก จอห์น เทอร์รี่, แกรี่ พัลลิสเตอร์ และ เวส มอร์แกน พร้อมช่วยสโมสรสร้างสถิติด้วยการเก็บชันชนะ 13 เกมติดต่อกันและทิ้งห่าง สเปอร์ส รองแชมป์ไกล 7 คะแนน
2018 – เอฟเอ คัพ
หนึ่งปีให้หลังจากการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นอีกปีที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ เชลซี มีแชมป์ร่วมกันอีกครั้ง
ปีนี้เจ้าตัวเป็นสามประสานในตำแหน่งเซนเตอร์ของทีมร่วมกับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ และ แกรี่ เคฮิลล์ ซึ่งในการแข่งชันที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอ คัพ แข้งกระทิงลงเล่น 4 จาก 7 เกมที่ทีมลงสนาม
ในรอบ 3 ทีมไปเยือน นอริช และทำได้แค่เสมอซึง อัซปิลิกวยต้า ไม่ลงเล่น แต่ในเกมรีเพลย์ในบ้านเจ้าตัวอยู่ในสนามเต็ม 120 นาทีหลังเสมอกัน 1-1 ก่อนทีมดวลเป้าชนะ
รอบ 4 และ 5 ที่ทีมชนะ นิวคาสเซิ่ล และ ฮัลล์ ซิตี้ ทาง อัซปิ ไม่มีส่วนร่วม แต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ลงเล่นเต็ม 120 นาทีช่วยทีมชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 และชนะเล่นเต็มเกมในรอบตัดเชือกชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 ปิดท้ายที่เกมชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็อยู่เต็มเกมช่วยทีมชนะ 1-0 คว้าแชมป์ไปครอง
2019 – ยูโรปา ลีก
อีกครั้งกับการเปลี่ยนแปลงกุนซือของทีมมาเป็น เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ระบบการเล่นของทีมกลับมาเล่นแบบแบ็กโฟร์อีกครั้ง ซึ่งทาง เซซาร์ อัซปิลิกววยต้า ก็ประจำการทางฝั่งขวา
ในขณะที่ปีนี้เป็นอีกปีที่เจ้าตัวลงเล่นครบทั้ง 38 เกมในพรีเมียร์ลีกในฐานะกัปตันทีม แต่ในช่วงต้นของการแข่งขันยูโรปา ลีกแทบไม่มีส่วนร่วม โดยรอบแบ่งกลุ่มลงเล่นไปแค่เกมเดียวเท่าสนั้น
แต่เมื่อเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เจ้าตัวก็มีบทบาทมากขึ้นแฃะนับตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศกับ ลสาเวีย ปราก และรอบตัดเชือกกับ แฟร้งค์เฟิร์ต เจ้าตัวลงเล่นเต็มเกมทุกนาที กระทั่งเกมชิงชนะเลิศก็เดินนำลูกทีมลงสนามและคว้าชัยชนะเหนือ อาร์เซน่อล 4-1 ชูถ้วยแชมป์อย่างสง่างามอีกครั้ง
2021 – ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ สโมสรโลก
ปีแรกที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ย้ายมาอยู่กับ เชลซี นั้นทีมเพิ่งคว้าโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครอง ซึ่งในตอนนี้มีโอกาสลุ้ยแชมป์ใหญ่สองรายการแต่ว่าพลาดไปหมดทั้งยูฟ่า ซูเปอร์ คัพที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด 1-4 และในสโมสโลกที่แพ้ โครินเธียนส์ 0-1
10 ปีเต็มจากวันแรกจนถึงวันนี้ ในที่สุด เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ก็คว้าทั้งถ้วยทั้งสามใบที่ขาดหายไปและมันเกิดขึ้นภายในปีเดียว!!
จากถ้วยแรกเมื่อฤดูกาลที่แล้วกับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามด้วยยูฟ่า ซูเปอร์ คัพที่ชนะ บียาร์เรอัล ด้วยการดวลจุดโทษ ปิดท้ายที่วโมสรโลกที่เจ้าตัวอยู่ในสนามครบจากรอบรองชนะเลิศลงเล่น 90 นาทีชนะ อัล ฮิลลาย และอีก 120 นาทีช่วยทีมชนะ พัลเมรัส อย่างยิ่งใหญ่
คอลัมน์กีฬาบทความกีฬาต่างๆโดยนักวิเคราะห์ GURUชั้นนำของไทย มีให้ท่านได้เสพทุกวันที่เว็บไซต์ TH SPORT